ไอซีทีคาดซื้อโปรแกรมจัดการแท็บเล็ตสัปดาห์หน้า อัด’บุญยอด’สร้างกระแส


…..

ที่ปรึกษา รมว.ไอซีที คาดเซ็นสัญญาซื้อโปรแกรมบริหารจัดการอุปกรณ์พกพา ติดตั้งลงแท็บเล็ต ป.1 สัปดาห์หน้า ก่อนติดตั้งลงเครื่องแท็บเล็ต ป.1 ได้ ธ.ค.55 หลังเลื่อนเพราะติดปัญหาเอกสาร…

จากกรณีนายบุญยอด ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปปัตย์ กล่าวหา น.อ.สุรพล นะวะมวัฒน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ไม่มีความชัดเจนในการทุ่มงบประมาณ 120 ล้านบาท เพื่อว่าจ้างให้บริษัท เอส เอ พี (SAP) ผู้ผลิตโปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ จัดทำโปรแกรมป้องกันการเข้าเวปไซต์ไม่เหมาะสม หรือเว็บไซต์ลามกอนาจารบนเครื่องแท็บเล็ต ป.1 นั้น

นางโสรัฐฎา ภุมวิภาชน์ ที่ปรึกษาด้านโปรแกรมประยุกต์โครงการ OTPC ของรมว.ไอซีที กล่าวว่า การว่าจ้างบริษัท เอส เอพี (SAP) นั้นเป็นไปตามขั้นตอนของการดำเนินงานทั้งหมด โดยก่อนหน้านี้ได้มีการตรวจสอบแอพพลิเคชั่นควบคุมสิทธิ์ในเครื่องแท็บเล็ต ป.1 จากบริษัทต่างๆ ทั้งในประเทศและนอกประเทศ ที่ห้องทดลองของบริษัท ROCKSHIP ซึ่งเป็นผู้ผลิตซีพียู ให้กับบริษัทสโคป พบว่าหลายบริษัทที่นำซอฟท์แวร์มาเสนองานต้องสามารถทำงานร่วมกันได้กับระบบ Learning System (LSystem) ได้ ซึ่ง LSystem เป็นระบบที่เก็บข้อมูลการใช้งานเนื้อหาต่างๆ ของทาง สพฐ.ภายในตัวเครื่องแท็บเล็ต ระบบดังกล่าวสามารถประเมินผลและวิเคราะห์ข้อมูล และพฤติกรรมการใช้งานของนักเรียน ป.1 ทั้งประเทศ (เก็บ Log File การใช้งานทั้งหมด) รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการขยายโครงข่ายที่ทางกระทรวงไอซีที และกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายเพื่อรองรับการใช้งานเครื่องแท็บเล็ต ป.1 ซึ่งเป็นระบบที่สำคัญและหาคำตอบให้กับผู้บริหารรัฐ มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประชาชนทั่วไป ประกอบการวิจัยในเชิงปริมาณในการนำข้อมูลต่างๆ ทั้งนี้ พร้อมเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างกว้างขวาง เพื่อตอบโจทย์กับประชาชนทั่วประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม เกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาโครงการแท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทยได้

นางโสรัฐฎา กล่าวต่อว่า โครงการจัดซื้อระบบควบคุมสิทธิ์ในเครื่องแท็บเล็ต ทาง น.อ.สุรพล ที่ปรึกษา รมว.ไอซีที ชี้แจงว่าได้ประสานงานโดยมีการร่างเป็นโครงการตั้งแต่เดือน ก.พ.55 ที่ผ่านมา และบริษัท SAP ได้นำระบบดังกล่าวเข้ามานำเสนองานอย่างเป็นขั้นตอนถูกต้อง พร้อมกับบริษัทต่างๆ และระบบมีความสอดคล้องตอบสนองนโยบายของรัฐได้ โดยระบบดังกล่าวมีชื่อว่า Afaria ซึ่งสามารถแสดงรายชื่อโปรแกรมที่มีการติดตั้งที่มีอยู่ใน Tablet PC เพื่อป้องกันการถอดการติดตั้งโปรแกรม ของโปรแกรมที่จำเป็นต้องใช้ สามารถแสดงโปรแกรมที่ต้องการติดตั้ง โดยมีการจัดสร้างเป็น Enterprise Application Store และสามารถเลือกติดตั้งลงในแท็บเล็ตได้ทันที การกำหนดโปรแกรมที่อนุญาต ลงในที่เก็บโปรแกรมเฉพาะของกระทรวง (Enterprise Application Store) ให้มีผลต่อการติดตั้งในแท็บเล็ต จัดทำการบริหารอุปกรณ์ในลักษณะแบ่งเป็นกลุ่มได้ ซึ่งจะช่วยให้ทางกระทรวงกำหนดการจัดการไปสู่แต่ละโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้แต่ละโรงเรียนสามารถจัดการได้เองผ่านนโยบายกลุ่ม(Policy) การตรวจสอบพิกัดและสถานที่ ที่มีการเปิดใช้แท็บเล็ต เมื่อมีการสูญหาย และสามารถตรวจสอบพิกัดสุดท้ายที่ส่งข้อมูลเข้ามาก่อนทำการปิดเครื่องได้ (off) สามารถล็อกเครื่องแท็บเล็ตจากส่วนกลาง และกำหนดให้มีพาสเวิร์ด (Password) ก่อนเข้าเครื่องทุกครั้ง สามารถกำหนดรูปแบบพาสเวิร์ดที่ซับซ้อนได้ ผู้รับผิดชอบต่างๆ สามารถเข้าดูรายละเอียดคุณสมบัติ (Device Diagnostic) ในแท็บเล็ต แต่ละเครื่องในโครงการได้ สามารถตรวจสอบและติดตามแท็บเล็ตทั้งหมดในโครงการได้ โดยมีการบริหารจัดการที่ส่วนกลางเพียงที่เดียวสามารถบันทึกรายงานและสถิติการใช้งานของแต่ละเครื่อง เพื่อวิจัยการใช้งานต่อไปได้สามารถอัพเดทเนื้อหา หรือสื่อการเรียนการสอนที่เป็น APK ไฟล์จากระบบ ไปยังแท็บเล็ตในโครงการได้ทันที

“ระบบ Afaria ไม่ใช่ แค่การจัดการจัดทำโปรแกรมป้องกันการเข้าเวปไซต์ไม่เหมาะสมเท่านั้นตามที่ ส.ส.บุญยอด ได้กล่าวหา แต่อย่างใด จึงขอความร่วมมือเพื่อทำความเข้าใจ และศึกษาข้อมูลดังกล่าวให้ถูกต้อง ก่อนที่จะเผยแพร่ด้วยคำพูดผ่านสื่อมวลชน ซึ่งอาจส่งผลกระทบในวงกว้างและภาพพจน์โดยรวมทั้งหมด ของ ส.ส.บุญยอดเอง เมื่อข้อมูลที่เปิดเผยไม่เป็นความจริงเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา” นางโสรัฐฎา กล่าว

ด้าน น.อ.สุรพล กล่าวว่า กระทรวงไอซีทีจะสามารถเซ็นสัญญาซื้อโปรแกรมบริหารจัดการอุปกรณ์พกพาสำหรับติดตั้งลงเครื่องแท็บเล็ต ป.1 ตามโครงการคอมพิวเตอร์มือถือสำหรับนักเรียนทุกคน (One Tablet PC Per Child) จำนวนกว่า 800,000 เครื่อง ได้ในสัปดาห์หน้า ด้วยมูลค่าสัญญา 120 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหลังเซ็นสัญญา 90 วันจะต้องส่งมอบโปรแกรม ดังนั้นจะสามารถติดตั้งโปรแกรมบริหารจัดการอุปกรณ์พกพาลงแท็บเล็ต ป.1 ได้ในเดือน ธ.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เอสเอพี ซีสเต็มส์ แอพพลิเคชั่นส์ แอนด์ โปรดักส์อิน ดาต้า โปรเซสซิ่ง (ไทยแลนด์) เจ้าของโปรแกรมบริหารจัดการอุปกรณ์พกพาของซอฟต์แวร์อะฟาเรีย (Afaria) ซึ่งใช้เทคโนโลยีไซเบส (Sybase) ได้นำตัวอย่างโปรแกรมบริหารจัดการอุปกรณ์พกพามาจัดแสดง โดยเทคโนโลยี เอสพีเอ ไซเบส โมบิลิตี้ (SAP Sybase Mobility) ทำตลาดมากว่า 14 ปีแล้ว ทั้งในสหรัฐฯ ไต้หวัน และยุโรป โดยในประเทศไทยมีหน่วยงานภาครัฐที่ใช้งานอยู่ มาร่วมในงานแถลงผลการดำเนินงานตลอด 1 ปีของ รมว.ไอซีที ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ

ทั้งนี้ จากการสอบถามวิศวกรที่มาแนะนำโปรแกรมในบูธ กล่าวว่า ตัวโปรแกรมบริหารจัดการอุปกรณ์พกพาที่จะใช้ในแท็บเล็ต ป.1 กระทรวงไอซีทีให้จัดทำทั้งหมด 9 โซลูชั่น อาทิ ใช้เพื่อควบคุมการติดตั้งโปรแกรมในแท็บเล็ต ป.1 รายงานการใช้แท็บเล็ตว่าเข้าใช้งานเว็บไซต์และโปรแกรมอะไรบ้าง ป้องกันการเข้าใช้งานเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม โดยเบื้องต้นฐานข้อมูลของเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมนำมาจากกระทรวงไอซีที และกำหนดสิทธิ์ของผู้ใช้งาน ใช้พื้นที่หน่วยความจำทั้งหมด 2.33 เมกะไบต์ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้า กระทรวงไอซีทีระบุว่าจะเซ็นสัญญาซื้อโปรแกรมบริหารจัดการอุปกรณ์พกพาวันที่ 31 ส.ค.นี้ แต่ได้เลื่อนวันเซ็นสัญญาซื้อโปรแกรมไปสัปดาห์หน้า เนื่องจากเอกสารยังไม่พร้อม.

ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
Categories: ไอที | Tags: , , , | ใส่ความเห็น

เมนูนำทาง เรื่อง

แสดงความเห็นหน่อยนะ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.