ท่าตอนอะไรที่มากกว่าชายแดนเชียงใหม่


ประวัติวัดท่าตอน
ปัจจุบัน วัดท่าตอนเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ได้รับการยกฐานะจากวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2534 ตั้งอยู่บนยอดเขาต่อเนื่องหลายลูก บนเนื้อที่ 425 ไร่ 2 งาน 95 ตารางวา แยกเป็นพื้นที่ตั้งวัดชั้นล่าง 45 ไร่ 2 งาน 28 ตารางวา และเป็นเขตอุทยานพุทธศาสนาและสำนักปฏิบัติธรรม 380 ไร่ 67 ตารางวา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาลาดชัน มีที่ราบริมแม่น้ำกก บริเวณหน้า มหาโพธิสัตว์กวนอิม และบริเวณลานวัด ซึ่งพระเจดีย์ประดิษฐานอยู่เขตวัดทิศเหนือ จรดแม่น้ำกก และไร่นาของชาวบ้าน ทิศตะวันออกและทิศใต้ จรดเขตบ้านหลายหลัง และทิศตะวันตกจรดป่าสงวนแห่งชาติ
ประวัติความเป็นมาในอดีต
วัดท่าตอน เป็นวัดร้างมานานหลายร้อยปี มีพระเจดีย์เก่าชำรุดอยู่หนึ่งองค์ ล้อมรอบด้วยป่าหนาทึบ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างในสมัยใด ตามตำนานสุวรรณดำแดงกล่าวว่า กลุ่มคนไทยที่อพยพเข้ามาอยู่ตอนกลางของเชียงใหม่ ประมาณหลังปี พ.ศ. 1700 นั้น เป็นผู้นับถือพุทธศาสนา นักประวัติศาสตร์หลายท่านได้มีความเห็นว่า บริเวณลุ่มน้ำต่างๆ เช่น แม่น้ำกก เป็นที่ตั้งของชุมชน ที่มีวัฒนธรรมอยู่มาก่อน ก่อนที่จะสร้างเมืองเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 1839 ห่างจากวัดท่าตอนไปทางทิศตะวันออกประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของเมืองเก่า ชื่อ เวียงแข่ ยังคงมีคูเมืองปรากฏอยู่ เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยใดนั้น ไม่เป็นที่ปรากฏหลักฐาน จากการค้นคว้าคำจารึกในฐานพระพุทธรูปเก่าที่สุดที่พบในเขตอำเภอแม่อาย (วัดศรีบุญเรือง) จุลศักราช 221 (พ.ศ. 1403 ) พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์โบราณที่พบตามวัดร้างในท้องนาและริมแม่น้ำฝาง ซึ่งวัดต่างๆ ในท้องที่เก็บรักษาไว้ บางส่วนขนย้ายไปจังหวัดเชียงราย (วัดมุงเมือง) และส่วนกลาง ( พ.ศ. 2424 คาร์ล บ็อค มาสำรวจเมืองฝางขนไปบ้าง ) แสดงให้เห็นถึงร่องรอยแห่งความเจริญรุ่งเรืองที่ผ่านมาหลายศตวรรษของถิ่นนี้ ในอดีต แม้ในจุลศักราช 636 (พ.ศ. 1818) พระยามังรายเสด็จมาเสวยราชสมบัติในเมืองฝาง ก็มิได้ปรากฏว่าพระองค์สร้างเมืองขึ้นใหม่ ฝางและอำเภอใกล้เคียง (เวียงไชย เวียงแข่ เมืองงาม เป็นต้น) คงเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อนแล้ว ในตำนานเมืองเหนือ กล่าวว่า ” อันเมืองฝางนั้น เป็นเมืองที่สร้างมาแต่โบราณกาลแล้ว หากจะพูดตามตำนาน ก็สร้างมาแต่สมัยพระเจ้าลวะจังกราชปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ลาวจก และต่อมาในสมัยพระเจ้ามังราย บ้านเมืองเดิมก็คงชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ด้วยเป็นที่อุดมสมบูรณ์ พระเจ้ามังรายจึงได้บูรณะขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ” ฯ จากการสำรวจโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุของกรมศิลปากร พบว่า พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์โบราณ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดท่าตอน (ศาลาพุทธบุตรประชาสรรค์) ปางมารวิชัยประทับนั่ง 5 องค์ ปางประทับยืน 3 องค์ เป็นศิลปล้านนา เป็นพุทธศิลป์ซึ่งทรงคุณค่าในทางประวัติศาสตร์ มีอายุ 500-700 ปี มีคำจารึกที่ฐานพระพุทธรูป 2 องค์ ปางมารวิชัย ประทับนั่งองค์เล็กสุด (พระฝนแสนห่า) สร้างเมื่อจุลศักราช 910 (พ.ศ. 2092) ปางประทับยืนอุ้มบาตร บอกแต่เพียงชื่อผู้นำสร้าง และผู้ร่วมทำบุญ ไม่บอกศักราช ดังนั้น จึงสันนิษฐานว่า วัดท่าตอน ได้สร้างมาแล้วเป็นเวลาช้านานหลายร้อยปี อาจสร้างในสมัยเดียวกับที่พระเจ้าพรหมมหาราชทรงสร้างพระธาตุสบฝาง ( ประมาณหลัง พ.ศ. 1483 ) เพราะอยู่ไม่ห่างกัน (ประมาณ 5 กิโลเมตร) และตั้งอยู่บนยอดเขา ริมแม่น้ำกกเช่นเดียวกัน อีกทั้งจารึกในฐานพระพุทธรูปวัดศรีบุญเรือง ซึ่งนำมาจากวัดร้างในท้องนาบริเวณไม่ห่างจากท่าตอน ก็ใกล้เคียงสมัยพระเจ้าพรหมมหาราชมาก

thaton

thaton2
วัดท่าตอน ยุคก่อนบูรณะ
เนื่องจากท่าตอนเป็นชายแดนติดต่อกับรัฐฉาน ประเทศพม่า ชาวบ้านท่าตอนในสมัยก่อนแม้กระทั่งปัจจุบัน จึงมีชาวไทยใหญ่ปะปนกับชาวพื้นเมืองมาแต่เดิม พ.ศ. 2424 คาร์ล บ็อค เดินทาง (ขี่ช้าง) มาสำรวจเมืองฝาง พบว่า ” ท่าตอง (ท่าตอน) เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ มีกระท่อมรวมกันราว 12 หลังคาเรือน กระจัดกระจายไปตามริมฝั่งทั้งสองข้างของแม่น้ำกก ท่าตองเป็นหมู่บ้านเงี้ยว (ไทยใหญ่) แท้ๆ ” ในปี พ.ศ. 2472 มีวัดไทยสร้างอยู่ลานว่างของหมู่บ้านตรงที่เป็นสถานีอนามัยในปัจจุบัน ในเทศกาลมีชาวไทยใหญ่จากหลายหมู่บ้านมาร่วมทำบุญด้วย และเป็นที่ครึกครื้นอยู่พักหนึ่ง และชนพื้นเมืองก็สร้างวัดที่ท้ายบ้านใต้ (ทิศตะวันออกของหมู่ 3 ) วัดทั้ง 2 วัด เมื่อครูบาแก้ว มาเริ่มบูรณะ วัดท่าตอนก็ได้ยุบไป

ครูบาแก้วสร้างพระเจดีย์ครอบ
ปี พ.ศ. 2479 ครูบาแก้ว กาวิชโย จากสำนักวัดมงคลสถาน (แม่แหลงดอนชัย) อำเภอแม่อาย และพระธุดงค์จากวัดน้ำบ่อหลวง (ชาวบ้านเรียกท่านว่า ครูบาป่า) ได้มาร่วมจำพรรษาและริเริ่มบูรณะวัดท่าตอน ในสมัยนั้นชาวบ้านให้ความเคารพนับถือและศรัทธามาก ครูบาแก้ว กาวิชโย นามสกุลเดิม ดวงฤทธิ์ เกิด พ.ศ. 2433 เป็นชาวบ้านเมืองเลน อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ แรกทีเดียวขึ้นมาเมืองฝางพร้อมกับพี่สาว มาอยู่กับครูบาเต๋จา วัดศรีบุญเรือง แล้วย้ายมาอยู่วัดมงคลสถาน ต่อมาเมื่อพบพระเจดีย์เก่าวัดท่าตอน จึงขึ้นมาบูรณะวัดและก่อสร้างพระเจดีย์ครอบ ปฏิปทาในการปฏิบัติธรรมของท่านและความมุ่งมั่นในการบูรณะพัฒนาวัด ได้ก่อให้เกิดความเลื่อมใสแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก นายปั๋น มงคลเขต ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเดิมนับถือศาสนาคริสต์ ได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ การก่อสร้างพระวิหารวัดท่าตอนยังไม่แล้วเสร็จ ครูบาแก้วได้ล้มป่วยลง ญาติๆได้นิมนต์ไปพักรักษาที่วัดมงคลสถานและมรณภาพที่นั่น ในปี พ.ศ. 2489 สิริรวมอายุ 56 ปี

ลำดับเจ้าอาวาส และรักษาการเจ้าอาวาส

1. ครูบาแก้ว กาวิชโย พ.ศ. 2474 – 2489
2. พระดวงดี จนทสุวณโณ พ.ศ. 2489 – 2496
3. พระสิงห์คำ มูลธิมา พ.ศ. 2496 – 2498
4. พระบุญมา ญาณวุฑโฒ พ.ศ. 2500 – 2515
5. พระคำ รกขิตธมโม พ.ศ. 2515 – 2517
6. พระราชปริยัติเมธี พ.ศ. 2517 – ปัจจุบัน

ที่ตั้งวัดท่าตอน
วัดท่าตอน ตั้งอยู่ที่บ้านท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดที่มีทิวทัศน์งดงาม จนมีซินแสบางท่าน ยกย่องว่าเป็นวัดที่ตั้งอยู่ บนภูเขามังกร เพราะว่า วัดท่าตอนนั้น จะมีพื้นที่ทอดยาวไปตามไหล่เขาเป็นชั้นๆ รวม 9 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้น ก็จะมีศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐาน อยู่ทุกยอดเขา และยอดเขาที่เป็นยอดเขาจุดศูนย์กลางและเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดนั้น จะเป็นสถานที่ตั้งและประดิษฐานของ “พระบรมธาตุรัชมังคลาจารย์สมานฉันท์” หรือ “พระเจดีย์แก้ว” ซึ่งในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดสร้าง ซึ่งพุทธศาสนิกชน สามารถร่วมจัดสร้างเพื่อเป็นบุญกุศล ได้โดยตรงที่วัดท่าตอน หรือทำบุญผ่านบัญชีธนาคารก็ได้ ทุกยอดเขาของวัดท่าตอนท่านจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของบ้านท่าตอนที่สวยงาม ตลอดจนมองเห็นพื้นที่อำเภอแม่อายและภูเขาต่างๆได้อย่างสวยงาม

การเดินทางสู่วัดท่าตอน
วัดท่าตอน ตั้งอยู่ ณ ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 770 กิโลเมตร โดยมีระยะห่าง จาก ตัวจังหวัดเชียงใหม่ ไปทางทิศเหนือประมาณ 173 กิโลเมตร

ท่านสามารถเดินทางมายังวัดท่าตอน ได้ทั้ง ทางบกและทางอากาศ โดย ทางบก จะมีรถยนต์ปรับอากาศของบริษัทขนส่ง จำกัด ให้บริการทุกวัน ทั้งเป็นเที่ยวที่มายังบ้านท่าตอนโดยตรง หรือ แวะจอดที่จังหวัดเชียงใหม่ก่อนก็มี ส่วนทางอากาศท่านสามารถลงได้ทั้งที่สนามบินนานาชาติจังหวัดเชียงใหม่และ เชียงราย แล้วนั่งรถประจำทางปรับอากาศมายังบ้านท่าตอนได้โดยตรง

Categories: ท่องเที่ยว, สังคม ศาสนา วัฒนธรรม | ป้ายกำกับ: ,, | 7 ความเห็น

เมนูนำทาง เรื่อง

7 thoughts on “ท่าตอนอะไรที่มากกว่าชายแดนเชียงใหม่

  1. สามเณรวัดท่าตอน

    ผมมาได้ดีก็เพราะมาอยู่วัดวัดได้ขัดเกลาผมให้เป็นคนดี
    และได้เรียนบาลีซึ่งในชีวิตอนี้ถ้าใครไม่ได้เรียนคงไม่รู้่ว่าเป็นเช่นไร

  2. ด.ญ. จิราภรณ์ โนศรี

    จากการที่หนูได้ศึกของวัดท่าตอนหนูได้รู้ว่าท่าตอนยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เราไม่รู้อีกมากมาย

  3. รู้สึกภูมิใจที่ได้อยู่ในเมืองแม่อายแห่งนี้ และดีใจมาก ^_^

  4. รู้สึกดีใจและภูมิใจที่เราได้อยู่ อ. แม่อาย และได้รู้ประวัติของ อ. แม่อายซึ่งเป็นบ้านเกิดของเราได้มากคะ*_*

  5. จากการที่ได้ศึกษาประวัติของท่าตอน รู้สึกมีความภูมิใจและดีใจ อีกทั้งยังได้ความรู้อีกมากมายเกี่ยวกับพระธาตุสบฝางและตำบลท่าตอนอีกคะ*

  6. จากการที่ฉันได้อ่านแล้ว รู้สึกว่าครูอั้มสามารถเล่าถึงที่ท่องเที่ยวของท่าตอนได้ดีมาก

    เหมือนกับได้ไปเที่ยวที่นั้นๆจริงๆเลย

  7. โอ้วว…ถ่ายภาพสวยจริงๆ เลยครับ เห็นแล้วน่าไปเที่ยวครับ จะกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ คร้าบ 🙂

แสดงความเห็นหน่อยนะ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .