OTPC

ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบาย ๑ แท็บเล็ต ต่อ ๑ นักเรียน ครั้งที่ ๗



ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบาย ๑ คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ ๑ นักเรียน ครั้งที่ ๗/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๕ ที่ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้

•การกำหนดร่างขอบเขตของงาน TOR แท็บเล็ตสำหรับครูใช้ในการเรียนการสอนนักเรียนชั้น ป.๑

ที่ประชุมอนุมัติให้คณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน TOR แท็บเล็ตสำหรับนักเรียน รับผิดชอบการกำหนดร่างขอบเขตของงาน TOR แท็บเล็ตสำหรับครู เพื่อใช้ในการเรียนการสอนของนักเรียนชั้น ป.๑ ซึ่งมีข้อแตกต่างจากแท็บเล็ตของนักเรียน คือ มีสาย USB เพื่อเชื่อมโยงไปยังจอ Projector โดยให้คณะกรรมการไปจัดทำกำหนดคุณลักษณะ และกระบวนการจัดซื้อ เสนอขอความเห็นชอบจาก รมว.ศธ.และส่งต่อไปยังกระทรวง ICT เพื่อดำเนินการต่อไป

  

•ผลการตอบรับการใช้แท็บเล็ต

ที่ประชุมรับทราบผลการตอบรับจากผู้ใช้แท็บเล็ตและผู้เกี่ยวข้อง ทั้งจากผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ในส่วนของ สพฐ. และ สช. ซึ่งครูส่วนใหญ่พอใจต่อการใช้งานแท็บเล็ต ไม่ว่าจะเป็น Content, Application เพราะสามารถใช้งานได้ง่ายและเกิดประโยชน์ในการเรียนการสอน อีกทั้งนักเรียนยังให้ความสนใจและให้การตอบรับที่ดี สำหรับการจัดอบรมครูผู้สอน ทาง สพฐ.และ สช.อบรมโดยใช้วิทยากรร่วมกันทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งในกรุงเทพฯ จัดอบรมแล้ว ๖ รุ่น กว่า ๖๐๐ คน โดยวิทยากรได้นำแผนการสอนของครูมาใช้ควบคู่กับแท็บเล็ตในการเรียนการสอนวิชาต่างๆ ด้วย

•การจัดส่งและลงทะเบียน

ที่ประชุมรับทราบข้อมูลการจัดส่งและการลงทะเบียนแท็บเล็ต ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ ซึ่ง สพฐ.ได้นำส่งแท็บเล็ตทั้งหมด ๔ รอบใน ๕๕ จังหวัดใน ๑๓๓ เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน ๒๙๑,๗๗๖ เครื่อง และคาดว่าในต้นเดือนกันยายนจะสามารถส่งแท็บเล็ตรอบสุดท้าย จำนวน ๑๐๖,๒๒๔ เครื่องใน ๒๒ จังหวัด ๕๐ เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะทำให้นักเรียนได้รับแท็บเล็ตจำนวนกว่า ๔๐๐,๐๐๐ เครื่องครอบคลุมทุกเขตพื้นที่การศึกษาใน ๗๗ จังหวัด สำหรับส่วนที่เหลืออีกกว่า ๔๐๐,๐๐๐ เครื่องจะทยอยจัดส่งตามมา

  

•การซ่อมบำรุง และ Call Center

ที่ประชุมรับทราบข้อมูลการเปิดศูนย์ซ่อมบำรุงของบริษัทเสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ จำนวน ๑๑๔ สาขา ซึ่งมีขั้นตอนการส่งซ่อม ๒ ช่องทาง คือ ส่งซ่อมที่โรงเรียน จากนั้นโรงเรียนจะรวบรวมส่งศูนย์ หรือส่งซ่อมเองที่ศูนย์ซ่อมบำรุง หรือจะส่งทางไปรษณีย์ก็ได้ โดยต้องกรอกข้อมูลในใบนำส่งซ่อมประกอบการซ่อมด้วย นอกจากนี้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (TOT) ได้เปิดบริการ Call Center หมายเลข ๑๑๑๑ กด ๘ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการใช้แท็บเล็ตของนักเรียน ป.๑ ตั้งแต่วันที่ ๗ มิถุนายนเป็นต้นมา โดยให้บริการข้อมูลของโครงการ การจัดส่ง ให้คำแนะนำการใช้งานแท็บเล็ตและข้อมูลต่างๆ รวมถึงการรับเรื่องร้องเรียนและรับข้อเสนอแนะ

•การประกวดสื่อเรียนรู้ สู่แท็บเล็ต

ที่ประชุมรับทราบการจัดประกวดสื่อเรียนรู้สำหรับแท็บเล็ต เพื่อส่งเสริมให้มีสื่อที่มีคุณภาพ สนับสนุนและกระตุ้นให้ประชาชนและภาคเอกชนพัฒนาสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบ Application บนระบบปฏิบัติการ Android เพื่อนำไปเป็นสื่อการเรียนการสอนบรรจุลงในแท็บเล็ตและคลังสื่อ (Edu Store) ต่อไป โดยได้เปิดโอกาสให้ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ และนิติบุคคล ส่งผลงานเข้าประกวดใน ๒ ประเภท ได้แก่ Application เพื่อการเรียนรู้ เนื้อหาเสริมการเรียน (Content) เกมส์ฝึกหรือเสริมการเรียน (Game) และเครื่องมือสร้างองค์ความรู้ (Tool) และหน้า Homepage ของ Edu Store ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวม Application เพื่อการเรียนรู้สำหรับใช้งานร่วมกับแท็บเล็ตที่นักเรียนและผู้ใช้สามารถ download มาใช้งานได้ฟรี ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับใบสมัครได้ที่ สพฐ. ศธ. หรือสมัครทางเว็บไซต์ www.techno.bopp.go.th  และ www.obec.go.th  ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ โดยจะมีโล่และเงินรางวัลมอบให้สำหรับผู้ชนะการประกวดด้วย

  

•การขยายระบบเครือข่าย

ที่ประชุมรับทราบแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพสื่อสัญญาณที่ใช้เชื่อมโยงกับแท็บเล็ตในปี ๒๕๕๖ ซึ่ง TOT ร่วมกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้พัฒนาและขยายระบบเครือข่ายทั้งในรูปแบบ Fiber Optic, ADSL/Winet และ Satellite จากเดิมครอบคลุม ๑๐,๙๙๖ โรงเรียน ให้ครอบคลุมถึง ๓๐,๖๒๗ โรงเรียน ภายในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๖

•การติดตามและทดสอบโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนการใช้แท็บเล็ต

ที่ประชุมรับทราบผลการติดตามและทดสอบโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT เพื่อสนับสนุนการใช้แท็บเล็ตในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีของ สพฐ. เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ให้สามารถใช้แท็บเล็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดช่องว่างความแตกต่าง โดยจัดทดสอบในโรงเรียน ๓ กลุ่ม คือ โรงเรียนในเมืองที่มีระบบ Fiber Optic โรงเรียนชานเมืองที่มีระบบ ADSL และโรงเรียนชนบทที่ใช้ระบบ Satellite ซึ่งพบว่ โรงเรียนที่ใช้ระบบ Fiber Optic และ ADSL สามารถใช้งาน Access Point เพื่อใช้แท็บเล็ตและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ดี แต่โรงเรียนที่ใช้ระบบ Satellite ยังมีปัญหา

 

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2012/aug/232.html

Categories: แท๊ปเลต, ไอที, Education, OTPC | Tags: , , , , , | แสดงความคิดเห็น

แนวปฏิบัติในการแจกคอมพิวเตอร์พกพา(แท๊บเลต)


ตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ ได้แจกจ่าย Tablet xป.1 ให้แก่โรงเรียนในสังกัด แล้วนั้น
ในการนี้ขอแจ้งให้ทราบว่า หากโรงเรียนได้รับเครื่อง Tablet แล้ว ภายใน 15 วัน
หากเครื่อง Tablet ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ผู้ขายจะต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ภายใน 5 วันทำการ
(ตามเงื่อนไขการรับประกัน)
ทั้งนี้โรงเรียนสามารถส่งเครื่องเปลี่ยนได้โดยตรงที่ศูนย์บริการหลังการขายทั่วประเทศ
รายละเอียด http://www.advice.co.th/otpc/

สิ่งที่แนบมาด้วย:

แหล่งที่มา  http://www.obec.go.th/documents/25402

Categories: แท๊ปเลต, OTPC | Tags: , , , , | แสดงความคิดเห็น

ข้อสังเกตเกี่ยวกับ ICT ที่นำ SAP มาใช้ในการบริหารจัดการตัว Tablet เพื่อการศึกษา


จากบทความ  จ้าง “SAP” ทำโปรแกรมป้องกันเว็บโป๊ในแท็บเล็ตป.1

และได้ข้อมูลจากท่าน Surapol Navamavadhana  นำคลิปมาแจ้ง

และ อ.วิรัตน์ ศรีวัฒนพงศ์ ได้แชร์ลิงค์     http://www.thaicyberpoint.com/ford/blog/id/1548/

พูดอะไรสั้นๆ เกี่ยวกับ ICT ที่นำ SAP มาใช้ในการบริหารจัดการตัว Tablet เพื่อการศึกษา เป็นการสรุปจากที่ tweet ไปเมื่อวานช่วงเย็นเอามารวมกันจะได้อ่านง่ายๆ

ส่วนตัวแล้วคาดว่าจะใช้ SAP Afaria ซึ่งเป็น Enterprise Mobility Management โดยตัวมันเป็น Software Solution ของ SAP ที่ได้มาจากการควบรวม Sybase เข้ามา Software Solution คือมีหลากระบบอยู่ภายในทำหน้าที่ที่แตกต่างกัน แต่เชื่อมต่อกับอยู่ เพราะฉะนั้นค่าตัว Software ไม่ได้คิดเป็นรายตัวแต่คิดแบบเหมารวม

 

ซึ่งเจ้า SAP Afaria มันรองรับทั้ง iPhone, iPad, Android และ BlackBerry เพื่อมาช่วยมาจัดการตัวตัว Mobile device ที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งระบบแบบนี้มักใช้ในองค์กรให้สามารถจำกัดหรือควบคุมการใช้งานของคนใช้ devices ที่มีอยู่ได้ง่ายผ่านศูณย์กลางระบบ

Graphic_Afaria_LG

รูปภาพจาก SAP Afaria – Enterprise Mobile Device Architecture Diagram

ประเด็นที่น่าสนใจคือราคา 120 ล้านบาทมันถูกไปหรือเปล่าหรือว่ามันมีอะไรอยู่ด้านหลัง ที่เป็นค่า M/A ที่ไม่ได้พูดถึง คือแค่ค่า Solution SAP Afaria ก็น่าจะ 100 ล้านแล้ว ค่า M/A เท่าไหร่ (ยังไม่มีการระบุ) ซึ่งแน่นอนว่า Software ระดับนี้จะคิดค่าใช้งานต่อเครื่อง client ที่ติดต่อกับระบบด้วย และมักจะคิดราคาเป็นรายปีด้วย (ยกตัวอย่างเหมือน Microsoft Windows Server ที่ต่อ Exchange ก็ใช้แนวคิดนี้เหมือนกัน)

พี่ @pokpitch ได้เสริมว่า “ในไทยนี่ยังไม่มีฐานลูกค้า SAP Mobile ครับ ถ้าได้ทำตัวนี้จะได้ Reference สวยงามเลย ดังนั้นราคาเลยถูก การมี Reference ระดับชาติ คราวนี้ SCG, PTT ฯลฯ ไม่หลุดไปไหน”

กล่าวคือ Solution ตัว SAP Afaria ในไทยนั้นอาจเป็น case study ให้กับ Tablet ที่ใช้ในงานระดับชาติของประเทศอื่นๆ ว่าสามารถนำไปใช้งานได้จริง ประมาณว่ายอมขาดทุนกำไร แล้วไปสูบจากที่อื่นหรืองานอื่นๆ แทน ซึ่ง SAP ฉลาดมากๆ ครับ ><” (ไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่ว่ายังพูดไม่ครบว่าส่วนที่หายไปจากการขาดทุนกำไรไปอยู่ตรงไหน)

ขอขอบคุณ   ท่าน Surapol Navamavadhana   อ.วิรัตน์ ศรีวัฒนพงศ์     http://www.thaicyberpoint.com/ford/blog/id/1548/

Categories: แท๊ปเลต, ไอที, OTPC | Tags: , | แสดงความคิดเห็น

จ้าง “SAP” ทำโปรแกรมป้องกันเว็บโป๊ในแท็บเล็ตป.1


ไอซีที จ้าง “SAP” ทำโปรแกรมป้องกันการใช้งานแท็บเล็ตป.1เข้าเว็บไม่เหมาะสม 120 ล้านบาท เซ็นสัญญาจ้าง 31 ส.ค.นี้ เริ่มติดตั้งในเครื่องแท็บเล็ตป.1 ตั้งแต่ 1 ธ.ค.55

วันนี้ (27 ส.ค.) น.อ.สุรพล นะวะมวัฒน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจรับแท็บเล็ตป.1 กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงไอซีทีได้เลือกให้บริษัท เอส เอ พี คอมปานี (SAP Company) จัดทำโปรแกรมเพื่อป้องกันการเข้าเว็บไซต์ไม่เหมาะสม(เว็บไซต์ลามกอนาจาร) ผ่านทางแท็บเล็ตป.1 ตามโครงการคอมพิวเตอร์มือถือสำหรับนักเรียนทุกคน (One Tablet PC Per Child) ที่กระทรวงไอซีทีร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อแจกให้กับนักเรียนชั้นป.1 ทั่วประเทศกว่า 8 แสนคน โดยจะเซ็นสัญญาในวันที่ 31 ส.ค.นี้ และส่งมอบโปรแกรมหลังเซ็นสัญญา 90 วัน โดยจะเริ่มติดตั้งโปรแกรมดังกล่าวในแท็บเล็ตป.1 ได้ประมาณวันที่ 1 ธ.ค.นี้ โดยสัญญาจัดซื้อโปรแกรมป้องกันการเข้าใช้งานเว็บไซต์ไม่เหมาะสมในแท็บเล็ตป.1มีมูลค่า 120 ล้านบาท ระยะเวลา 1 ปี ติดตั้งในแท็บเล็ตป.1 จำนวน 1 ล้านเครื่อง

น.อ.สุรพล กล่าวว่า โปรแกรมดังกล่าวจะมีคำสั่งควบคุมการใช้งาน 9 คำสั่ง ประกอบด้วย คำสั่งเก็บข้อมูลว่าเด็กเข้าใช้งานเว็บไซต์อะไรบ้างไว้ในตัวเครื่อง และจำกัดสิทธิ์ในการเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ โดยโปรแกรมจะระบุไว้ว่าสามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์ใดได้และไม่สามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์ใดได้ เป็นต้น โดยการติดตั้งโปรแกรมลงในเครื่องแท็บเล็ตป.1 ทางบริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด

“ยืนยันว่าการจัดทำโปรแกรมป้องกันการเข้าเว็บไซต์ไม่เหมาะสมไม่ใช่ทำแบบวัวหายแล้วล้อมคอก แต่ทุกอย่างอยู่ในแผนที่จะดำเนินงานตั้งแต่ต้น”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในระหว่าง 3 เดือนที่ยังไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมป้องกันการเข้าใช้งานเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมผ่านแท็บเล็ตป.1 จะมีแนวทางดำเนินงานอย่างไร น.อ.สุรพล กล่าวว่า ขอย้ำว่าการใช้งานแท็บเล็ตป.1 ใช้เพื่อเป็นอุปกรณ์เสริมการเรียนรู้ในห้องเรียน และถ้าโรงเรียนใดมีความสามารถในการที่จะใช้แท็บเล็ตป.1เพื่อเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต คุณครูต้องสอนให้เด็กรู้จักวิธีใช้แท็บเล็ตในการค้นหาข้อมูลแบบเหมาะสม

 

ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Categories: แท๊ปเลต, OTPC | Tags: , , , , , | แสดงความคิดเห็น

เทอม2แท็บเล็ตถึงมือเด็กกทม.ควัก55ล้านซื้อตู้ชาร์จไฟ-ไร้โป๊


นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯกทม.เปิดเผยถึงโครงการแจกแท็บเล็ตให้นักเรียนชั้นป.1 ของโรงเรียนในสังกัดกทม.ว่า คาดว่า กทม.จะได้รับมอบแท็บเล็ตจากกระทรวงศึกษาธิการในเดือนก.ย.นี้  ซึ่งเป็นเครื่องสำหรับนักเรียนชั้นป. 1 ประมาณ 46,000 เครื่อง และครูอีก 2,300 เครื่อง

ขณะที่ กทม.ต้องจัดสรรงบฯปี 56 ซื้อตู้ชาร์จไฟไว้ประจำห้องเรียน และจอพร้อมอุปกรณ์ติดตั้งโปรเจ็กเตอร์ เพื่อใช้สำหรับการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 1,000 ชุด เป็นเงิน  55 ล้านบาท  เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้จัดสรรงบฯส่วนนี้มาให้

อีกทั้งเมื่อได้รับแท็บเล็ตแล้วจะต้องเตรียมงบฯบริหารจัดการ อบรมครูถึงการใช้งาน และค่าซ่อมบำรุงด้วย  โดยกทม. จะส่งครูต้นแบบกลุ่มโซนละ 2 คน  รวม 12 คนไปอบรมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศในการใช้แท็บเล็ต รวมถึงการซ่อมเครื่องเบื้องต้นด้วย โดยครูต้นแบบจะอบรมครูคนอื่นๆ ของโรงเรียนในกลุ่มโซนต่อไป

รองผู้ว่าฯกล่าวว่า เมื่อ กทม.ได้รับแท็บเล็ตแล้วต้องมีการตรวจรับและตรวจสอบคุณภาพของเครื่องให้พร้อมใช้งานก่อนนำไปให้เด็กนักเรียนใช้งาน  คาดว่าสามารถใช้งานได้จริงในภาคเรียนที่ 2 นี้   โดยหลังจากที่ใช้แท็บเล็ตไปสักระยะ กทม.จะมีประเมินผลการใช้ว่าเป็นอย่างไร  สำหรับการป้องกันเด็กเข้าเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมนั้น จะติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกัน ซึ่งกทม.ได้ทดลองใช้ใน 20 โรงเรียนนำร่องแล้ว คาดจะนำมาใช้ในแท็บเล็ตด้วย

อย่างไรก็ตาม การเรียนการสอนโดยใช้แท็บเล็ตส่วนใหญ่จะเป็นระบบปิดคือ ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปที่กระทรวงศึกษาธิการติดตั้งมาแล้ว จึงไม่น่ากังวลเรื่องนี้มากนัก อีกทั้งก็ไม่อนุญาตให้นักเรียนนำเครื่องกลับบ้านด้วย  ทั้งนี้ นักเรียนชั้นป.1 ทุกคนจะมีแท็บเล็ตใช้ประจำตัวจนกระทั่งจบชั้น ป.3 ก็จะมอบให้กับนักเรียนไปเลย

 ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

Categories: แท๊ปเลต, OTPC | Tags: , , , , | แสดงความคิดเห็น

บลอกที่ WordPress.com . The Adventure Journal Theme.

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 1,707 other followers